วันศุกร์ที่ 15 มีนาคม พ.ศ. 2556

ข่าวหุ้น TMB , PPS , QH , FORTH 15/3/2013

TMB พุ่งนำกลุ่มแบงก์ SET เปิดเช้าปรับขึ้น ปัจจัยใน-นอกหนุน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าตลาดหุ้นไทยดัชนี SET เมื่อเวลา 9.59 น. บวก 10.03 จุด หรือ 0.63% มาที่ 1,596.82 ดัชนีปรับขึ้นต่อจากวานี้โดยได้รับแรงหนุนจากเศรษฐกิจภายในประเทศที่แข็งแกร่ง หลังนายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง คาดว่าจะเสนอร่าง พ.ร.บ.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน ด้านการคมนาคมขนส่งของประเทศ วงเงิน 2 ล้านล้านบาท ให้ที่ประชุมครม. พิจารณาได้ในวันที่ 19 มี.ค.นี้  นอกจากนี้ยังมีแรงซื้อในหุ้นกลุ่มธนาคารโดยเฉพาะธนาคารทหารไทย จำกัด (มหาชน) หรือ TMB
นายปริญทร์ กิจจาทรพิทักษ์ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.เคทีบี (ประเทศไทย) เปิดเผยถึงตลาดหุ้นไทยเช้านี้ยังคงเดินหน้าทำนิวไฮและเข้าใกล้ 1,600 จุด ภาพรวมวันนี้ยังมีปัจจัยบวกหนุนได้อยู่ ซึ่งจะเป็นประเด็นต่อเนื่องไปถึงสัปดาห์หน้า สำหรับปัจจัยในประเทศให้น้ำหนักที่รมต.คลังเตรียมจะนำพ.ร.บ.เงินกู้ 2 ล้านล้านบาท เข้าสู่การประชุมในครม.ในวันอังคารหน้า ซึ่งมองเป็นเรื่องการเปลี่ยนปัจจัยพื้นฐานของประเทศในระยะต่อไป ด้านปัจจัยต่างประเทศสหรัฐมีตัวเลขเศรษฐกิจสดใส ธนาคารกลางสหรัฐเผยหนี้ครัวเรือนของสหรัฐลดลงต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ในไตรมาส 4 ปีก่อน ขณะที่จีนมีการเปลี่ยนผู้นำใหม่แล้ว โดยภาพรวมดูดี จึงมีโอกาสที่ดัชนีตลาดหุ้นไทยจะปรับขึ้นมีต่อ
ล่าสุด ณ เวลา 10.24 น. ดัชนี SET บวก 9.65 จุด หรือ 0.61% มาที่ 1,596.44 จุด สูงสุดที่ 1,598.33 จุด ต่ำสุดที่ 1,594.49 จุด มูลค่าซื้อขายที่ 10,933.52 ล้านบาท

PPS ร่วมทุน บิลค์ เอเชีย ขยายธุรกิจพัฒนาโปรแกรมคอมฯในงานก่อสร้าง
นายสัมพันธ์ หงษ์จินตกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท โปรเจค แพลนนิ่ง เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ PPS เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทได้ร่วมลงทุนกับบริษัท บิลค์ เอเชีย จำกัด ซึ่งประกอบธุรกิจพัฒนาโปรแกรมคอมพิวเตอร์และบริหารเว็บไซต์ที่เกี่ยวกับธุรกิจรับเหมาก่อสร้างในไทย
โดยเป็นการลงทุนในหุ้นสามัญและเงินกู้แปลงสภาพ ร่วมวงเงิน 9.5 ล้านบาท แบ่งเป็นการซื้อหุ้นสามัญเพิ่มทุน 50,000 หุ้น ราคาพาร์ 10 บาท  และเงินกู้แปลงสภาพ จำนวน 9 ล้านบาท ระยะเวลาเงินกู้ไม่เกิน 5 ปี ดอกเบี้ย 6% ต่อปี โดยบริษัทจะถือหุ้นในบิลค์ เอเชีย ในสัดส่วน 10% ของทุนจดทะเบียนหลังการร่วมลงทุน

QH โชว์มูลค่าพอร์ตลงทุนโตก้าวกระโดด Bloomberg มองกำไรโตสุดในกลุ่ม
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าราคาหุ้นบริษัท ควอลิตี้เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) หรือ QH ณ เวลา 10.35 น. อยู่ที่ 4.68 บาท ไม่เปลี่ยนแปลง สูงสุดที่ 4.78 บาท ต่ำสุดที่ 4.62 บาท มูลค่าซื้อขายที่ 343.06 ล้านบาท ด้านข้อมูลจาก www.settrade.com โบรกเกอร์ 9 แห่ง แนะนำ "ซื้อ" และ 2 แห่ง แนะนำ "ขาย" โดยมีราคาเป้าหมายเฉลี่ยที่ 4.50 บาท ขณะที่ดัชนีตลาดหุ้นไทยโดยรวมบวก 0.69%
บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส (ประเทศไทย) ระบุในบทวิเคราะห์ (15 มี.ค.) แนะนำ "ซื้อ" QH หลังมูลค่าพอร์ตลงทุนเติบโตก้าวกระโดด ปัจจุบัน QH ถือหุ้นใน HMPRO คิดเป็น 19.8%, LHBANK 22.2%, QHPF 25.7% และ QHHR 31.3% โดยมีมูลค่ารวมทั้งสิ้น 3.06 หมื่นล้านบาท ซึ่งอิงราคาตลาดในปัจจุบัน และคิดเป็น 3.48 หมื่นล้านบาท หากพิจารณาโดยใช้ราคาที่เหมาะสมเป็นเกณฑ์ ขณะที่มูลค่าทางบัญชีของบริษัทฯอยู่ที่ 7 พันล้านบาท
ด้านการดำเนินงานคาดว่ากำไรจะทำสถิติสูงสุดใหม่ในปีนี้ โดยคาดว่ากำไรก่อนรายการพิเศษของ QH ในปีนี้ จะเติบโตได้ถึง 46% และ 16% ในปี 57 ตามการรับรู้รายได้ที่เพิ่มขึ้นจากโครงการคอนโดมิเนียม ขณะที่กำไรในไตรมาส 1/56 จะเพิ่มขึ้นมากจากกำไรที่เกิดจากการจำหน่ายสินทรัพย์ พร้อมให้ราคาเป้าหมายเพิ่มขึ้นเป็น 6.40 บาท
ขณะที่บล.เกียรตินาคิน ระบุในบทวิเคราะห์ (15 มี.ค.) ว่า ปัจจัยหนุนของราคา QH ในระยะสั้นคือโครงการแนวราบทั้งแบรนด์ Casa และ Gusto ที่ได้รับการตอบรับที่ดีมาก และโอกาสการรับรู้กำไรพิเศษในช่วงครึ่งปีแรกของปี 56 จากการขาย Centre Point (Serviced Apartment) ย่านศาลาแดง และสีลม ขณะที่ราคาหุ้นปัจจุบันซื้อขายที่ระดับ P/BV ที่ 2.8 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของกลุ่มที่ 4.7 เท่าค่อนข้างมาก นอกจากนี้ความน่าสนใจในเชิงกลยุทธ์คือประเด็น Earnings Revision ที่ตั้งแต่ต้นปี 56 กำไรสุทธิของ QH ถูก Bloomberg Consensus ปรับประมาณการขึ้นมาแล้ว 21% สูงที่สุดในกลุ่มบ้าน ในเชิงกลยุทธ์แนะนำ "ซื้อเก็งกำไร" โดยมีแนวรับ และจุด Cut Loss ที่ 4.52 บาท และแนวต้านที่ 4.90 บาท
ด้านเทคนิคบล.กรุงศรี ระบุในบทวิเคราะห์ (15 มี.ค.) ว่า QH มีแนวโน้มดี รอขาย 5 บาท หากไม่ถึงเป้าหมายที่กำหนดให้ หากต่ำกว่า 4.56 บาทให้ขายออกไปก่อน

FORTH ทำนิวไฮต่อเนื่อง ตามงานในมือ1.7-1.8 พันลบ.ที่คาดรับรู้ได้ภายในปีนี้
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บริษัท ฟอร์ท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ FORTH ณ เวลา 10.46 น. อยู่ที่ระดับ 6.10 บาท บวก 1.32 บาท หรือ 27.62% ราคาหุ้นปรับตัวทำจุดสูงสุดใหม่อย่างต่อเนื่อง ขณะที่บริษัทเข้าตลาดหลักทรัพย์ตั้งแต่เมื่อวันที่ 11 ก.ย.2549
นายชัชวิน พิพัฒน์โชติธรรม ผู้ช่วยประธานกรรมการบริหาร ระบุเมื่อวันที่ 15 ม.ค. 56 ว่า บริษัทมั่นใจปีนี้จะดีขึ้นเพราะปัจจุบันบริษัทมีงานในมือ (Backlog) แล้วอย่างน้อย 1,700-1,800 ล้านบาทที่คาดว่าจะรับรู้เป็นรายได้ภายในปีนี้ทั้งหมด
นอกจากนั้น บริษัทยังมีงานที่อยู่ระหว่างการทำแผนเพื่อเข้าประมูลเพิ่มเติมอีก 4-5 โครงการ ซึ่งเป็นงานขนาดใหญ่ของภาครัฐทั้งโครงการของ บมจ.ทีโอทีและรัฐวิสาหกิจแห่งอื่นๆ โดยคาดว่าภายในปีนี้จะได้งานจากภาครัฐที่เกี่ยวกับอุปกรณ์สื่อสารมูลค่าอีกกว่า 2 พันล้านบาท แต่อาจจะไม่สามารถรับรู้เป็นรายได้ทั้งหมดในปีนี้ เพราะปกติโครงการภาครัฐอาจจะมีการเซ็นสัญญาล่าช้าบ้าง
นายชัชวิน กล่าวถึงธุรกิจตู้เติมเงิน"บุญเติม"ว่า ในปีนี้บริษัทมีแผนจะเปิดให้บริการตู้เติมเงินบุญเติมเพิ่มเป็น 3 หมื่นตู้ ใช้เงินลงทุนประมาณกว่า 200 ล้านบาท และตั้งเป้ายอดเติมเงินไว้ที่ 8,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 55 ที่มียอดเติมเงินราว 4,600 ล้านบาท จากตู้เติมเงินที่มีอยู่ทั้งหมด 2 หมื่นตู้ในขณะนี้ สูงขึ้นจากปี 54 ที่มียอด 3 พันล้าน ซึ่งธุรกิจนี้ทำรายได้ให้กับบริษัทราว 550 ล้านบาทในปี 55
ในอนาคตบริษัทมีแผนจะเพิ่มตู้ให้บริการที่สามารถจ่ายบิลค่าน้ำค่าไฟ และเติมเงินในตู้เดียวกัน รวมทั้งอาจจะมีตู้กดน้ำที่สามารถเติมเงินได้ในตู้เดียวกันออกมาสู่ตลาด โดยปัจจุบันนี้อยู่ระหว่างการทดลองใช้ และทดลองตลาดว่ามีผลตอบรับเป็นอย่างไร หากมีการตอบรับที่ดีก็จะมีการนำออกไปให้บริการจริง
นายชัชวิน กล่าวอีกว่า ขณะนี้บริษัทได้แต่งตั้งบริษัท แอสเซท โปร แมเนจเม้นท์ จำกัด(APM)เป็นที่ปรึกษาทางการเงินเพื่อนำ บมจ.ฟอร์ท สมาร์ท เซอร์วิส ซึ่งเป็นบริษัทย่อยที่ทำธุรกิจตู้เติมเงินเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ(MAI) คาดว่าจะระดมทุนผ่านการเสนอขายหุ้นให้กับประชาชนทั่วไปครั้งแรก(IPO)ราว 300-400 ล้านบาท เพื่อนำเงินไปขยายจำนวนตู้เติมเงิน"บุญเติม"ตั้งเป้าเพิ่มส่วนแบ่งการตลาดขึ้นเป็น 10% จากปัจจุบันอยู่ที่  5-6% ทั้งนี้ คาดว่าจะเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ mai ได้ในช่วงไตรมาส 3-4/56

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น