วันพฤหัสบดีที่ 7 มีนาคม พ.ศ. 2556

ข่าวหุ้น MFEC , AS , BCH , BGH 7/3/2013

MFEC บวก 2.21% ลุ้นได้งานใหม่ต่อยอด Backlog เป็นส่วนเพิ่มมูลค่าเหมาะสมในอนาคต
ผู้สื่อข่าวรายงานราคาหุ้น บริษัท เอ็ม เอฟ อี ซี จำกัด (มหาชน) หรือ MFEC ณ เวลา 15.05 น. บวก 0.15 บาท หรือ 2.21% มาที่ 6.95 บาท ด้วยมูลค่าการซื้อขายที่ 71.27 ล้านบาท ขณะที่ดัชนีตลาดหุ้นไทยโดยรวมบวก 0.06% ทั้งนี้ ราคาหุ้น MFEC ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากระดับราคา 6.60 บาท ในวันที่ 28 ก.พ. มาแตะที่ระดับราคา 6.95 บาท ในวันนี้ (RSI=65.13) จากข้อมูล www.settrade.com ระบุว่า บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) 2 แห่ง แนะนำ “ซื้อ” MFEC โดยให้ราคาเป้าหมายเฉลี่ยที่ 7.75 บาท โดยปัจจุบันราคาหุ้น MFEC เทรดที่ P/E 16.39 เท่า และ P/BV 1.74 เท่า
บล.เกียรตินาคิน ระบุในบทวิเคราะห์วันนี้ (7 มี.ค.) ว่า ปีนี้เราคาดกำไรสุทธิของบริษัทที่ 210 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 15% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และยังเห็นโอกาสได้งานใหม่ต่อยอดงานในมือ (Backlog) จากโครงการภาครัฐที่ทยอยเปิดประมูลมากขึ้นในปีนี้ โดยเฉพาะโครงการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศ และการสื่อสาร (ICT) เช่น โครงการ “Smart Network” มูลค่าประมาณ 30,000 ล้านบาท และโครงการรัฐอื่นๆ ซึ่งจะเป็นแหล่งรายได้ที่มีบทบาทต่อบริษัทมากขึ้น และจะเป็น Upside ส่วนเพิ่มให้กับมูลค่าเหมาะสมในอนาคต แนะนำ “ซื้อ” มูลค่าเหมาะสมที่ 7.50 บาท ขณะที่ในเชิงกลยุทธ์มีแนวรับ และจุด Cut Loss ที่ 6.55 บาท และแนวต้านที่ 7.20/ 7.50 บาท
ด้าน บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) ระบุในบทวิเคราะห์เมื่อวันที่ 19 ก.พ. ว่า แนะนำ "ซื้อ" หุ้น MFEC โดยให้ราคาเป้าหมายที่ 8 บาท เนื่องจากเราประเมินว่าขาขึ้นของ MFEC กำลังเริ่มต้นในปี 56 จากการเปลี่ยนเทคโนโลยีในประเทศทำให้ความต้องการวางระบบฐานข้อมูลของหน่วยงานรัฐฯ และเอกชนเพื่อให้ใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีมากขึ้นเป็นบวกต่อ MFEC อีกทั้งยังมีโอกาสได้รับงานมูลค่าสูงจากโครงการ Smart Thailand ด้วยเช่นกัน ซึ่งเป็นโอกาสที่ยังไม่รวมในประมาณการ คงคำแนะนำ ซื้อ เป้าหมาย 8 บาท พร้อมคาดเงินปันผลปี 55 ที่ 0.30 บาท คิดเป็นผลตอบแทน 4.4%

AS ลั่นรายได้ปีนี้โตไม่ต่ำกว่า 30% อัตรากำไรดีกว่าปีก่อน
นายปราโมทย์ สุดจิตพร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอเชียซอฟท์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ AS เปิดเผยว่า บริษัทตั้งเป้าปีนี้รายได้เติบโตไม่ต่ำกว่า 30% และมีอัตรากำไรเติบโตมากกว่าปี 55
ในปีนี้บริษัทจะเน้นการทำตลาดแบบ single market ครอบคลุมทั้งภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ พร้อมทั้ง ให้บริการเกมออนไลน์แบบ Regional Platform และจับมือกับพันธมิตรทางธุรกิจระดับโลกและภูมิภาคในการเลือกเกมให้บริการ โดยเน้นที่เกมคุณภาพและเป็นที่สนใจของกลุ่มผู้เล่น เพื่อต่อยอดและขยายโอกาสทางการตลาด ประกอบกับบริษัทได้ปรับโครงสร้างการทำงาน
โดยให้ความสำคัญกับการร่วมมือระหว่างกลุ่มบริษัท มีการใช้ทรัพยากรร่วมกันมากขึ้น คาดจะส่งผลให้บริษัทมีต้นทุนในการดำเนินงานลดลง รวมทั้งเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานมากขึ้น

BCH ปิดบวก 5.88% ราคาทะลุเป้าหมาย ปลายปีเปิดรพ.ใหม่ 3 แห่ง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ราคาหุ้นบริษัท บางกอก เชน ฮอสปิทอล จำกัด (มหาชน) หรือ BCH ปิดตลาดที่ 12.60 บาท บวก 0.70 บาท หรือ 5.88% มูลค่าการซื้อขายคึกคักที่ 335.48 ล้านบาท โดยซื้อขายที่ระดับ P/E ที่ 26.08 เท่า ต่ำกว่าบริษัท โรงพยาบาลวิภาวดี จำกัด (มหาชน) VIBHA ที่เทรดที่ระดับ 30.22 เท่า และบริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน) หรือ BGH อยู่ที่ 31.65 เท่า แต่สูงกว่าบริษัท โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BH ซึ่งเทรดที่ระดับ P/E ที่ 23.75 เท่า โดยวันนี้ VIBHA ปรับขึ้น 23.89% BGH 0.66% ปรับขึ้น BH ปรับขึ้น 2.59%
ขณะที่ข้อมูลจาก www.settrade.com ระบุว่า บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) จำนวน 5 แห่ง ยังคงแนะนำ “ซื้อ” BCH แนะนำ “ขาย” 2 แห่ง และแนะนำ “ถือ” อีก 2 แห่ง โดยให้ราคาเป้าหมายเฉลี่ย 12.04 บาท ในเชิงเทคนิคราคาหุ้น BCH ปรับตัวขึ้นต่อเนื่องจากระดับต่ำกว่า 10 บาทในช่วงต้นเดือนก.พ. และขึ้นไปแตะที่ระดับสูงสุดที่ 12.90 บาท หลังจากนั้นอ่อนตัวลงมาที่ระดับราคา 11.70 บาท ก่อนจะฟื้นตัวอีกครั้งวานนี้ และปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่องในวันนี้ สัญญาณทางเทคนิคเริ่มเข้าเขตซื้อมากเกินไป (RSI=70.68) โดย RSI ก่อนหน้านี้ RSI เคยขึ้นไปได้สูงสุดที่ 86.43
บล.กรุงศรี ระบุในบทวิเคราะห์เมื่อวันที่ 26 ก.พ.ว่า เราคาดกำไรสุทธิในปี 56 เติบโต 9% เป็น 992 ล้านบาท โดยในส่วนของรายได้ คาดว่าจะเติบโต 15% เป็น 5 พันล้านบาท จากฐานลูกค้าเงินสดของกลุ่มโรงพยาบาลเดิมของ BCH ที่เฉลี่ย 6% และเริ่มรับรู้รายได้จาก WMC ตั้งแต่เดือน ก.พ. ในด้านประสิทธิภาพในการทำกำไรคาดปรับลดลง เนื่องจากบริษัทจะรับรู้ผลขาดทุนจาการดำเนินงานจากโรงพยาบาลใหม่ WMC ราว 100 ล้านบาท จากค่าเสื่อมราคาและ ค่าใช้จ่ายในการตลาดที่เพิ่มขึ้น
แม้ว่าเราจะมีมุมมองเชิงบวกต่อแนวโน้มผลประกอบการของบริษัทในช่วง 1-3 ปีข้างหน้า จากการปรับกลยุทธ์ในการขยายฐานลูกค้าเงินสด และการเปิดโรงพยาบาลแห่งใหม่ WMC ที่ช่วยเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันจากการขยายฐานลูกค้าระดับบนและลูกค้าต่างประเทศมากขึ้น แต่ราคา
หุ้นได้ปรับเพิ่มขึ้นสะท้อนประเด็นบวกดังกล่าวจนเกินมูลค่าพื้นฐานในปี 56 ของเราไปแล้ว ในขณะที่ BCH ยังมี Upside potential ในการปรับเพิ่มประมาณการจากแผนในการเปิดโรงพยาบาลแห่งใหม่ 3 แห่งในช่วงปลายปีนี้ ที่บริเวณ รามคำแหง ที่เชียงราย และพัทยา ซึ่งเรายังไม่นับรวมในประมาณการ
ทั้งนี้ในงวด 2H55 BCH ประกาศจ่ายหุ้นปันผลในอัตรา 4:1 ที่ 0.25 บาท ต่อหุ้น และเงินปันผลอีกหุ้นละ 0.03 บาท รวมจ่ายปันผลทั้งสิ้น 0.28 บาท (XD 7 พ.ค ปี 56) เราคงมูลค่าพื้นฐานในปี 56 ที่ 10.60 บาท และมูลค่าพื้นฐานหลัง XD รวมผลจาก dilution effect จากหุ้นปันผลจะปรับลดลงเหลือ 9.10 บาท
บล.เอเซีย พลัส แนะนำ “ขาย” BCH โดยระบุในบทวิเคราะห์ เมื่อวันที่ 26 ก.พ. ว่า BCH เป็นหนึ่งในรพ.ที่มีเครือข่ายค่อนข้างมาก และยังมีแผนขยายเครือข่ายอย่างต่อเนื่อง โดยนอกเหนือจาก WMC ยังมีแผนเปิดโพลีคลินิคที่แม่สายในช่วง 3Q56 เพื่อรองรับคนไข้จากประเทศพม่ารวมทั้งมีแผนสร้างอาคารใหม่อีก 1 หลังที่รพ.เกษมราษฎร์ ศรีบุรินทร์ เชียงราย และเตรียมสร้างรพ.แห่งใหม่ที่ถนนรามคำแหงในต้นปี 2557 ซึ่งมีพื้นที่ 8 ไร่ ด้วยงบลงทุน 1 พันล้านบาท ระยะเวลาก่อสร้าง 18 เดือน และหลังจาก WMC แจ้งวัฒนะประสบความสำเร็จ จะมีแผนสร้าง WMC ที่พัทยา ซึ่งขณะนี้มีที่ดินพร้อมแล้วถึง 9.5 ไร่ ส่งผลให้ BCH มีโอกาสเติบโตได้อย่างต่อเนื่องในระยะยาว เพื่อสะท้อนการเติบโตดังกล่าว ฝ่ายวิจัยจึงปรับเพิ่มขึ้นมูลค่าพื้นฐานหุ้นได้ Fair Value ก่อน XD ที่ 11.40 บาท
ทั้งนี้ KH ประกาศจ่ายหุ้นปันผลที่ 4 หุ้นเดิมต่อ 1 หุ้นใหม่ที่ราคาพาร์ 1 บาท หรือเทียบเท่าหุ้นละ 0.25 บาท และเงินปันผลอีกหุ้นละ 0.03 บาทสำหรับผลประกอบการงวด 2H56 โดยจะขึ้นเครื่องหมาย XD วันที่ 7 พ.ค. 56 อย่างไรก็ตามผู้ถือหุ้นต้องจ่ายภาษีหัก ณ ที่จ่าย 10% ขณะที่ผลกระทบ Dilution effect ที่เกิดจากหุ้นเพิ่มทุนที่มีต่อกำไรหุ้นราว 25% ส่งผลให้มูลค่าพื้นฐานหลัง XD อยู่ที่ 9.10 บาท

BGH ยันไม่มีแผนเข้าซื้อ SKR ตามกระแสข่าว
บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน) หรือ BGH เปิดเผยว่า ตามที่มีข่าวปรากฏในหนังสือพิมพ์ฉบับวันที่ 7 มีนาคม 2556 ว่าบริษัทอยู่ระหว่างการเข้าลงทุนในบริษัท ศิครินทร์ จำกัด (มหาชน) หรือ SKR นั้น บริษัทขอชี้แจงว่าเรื่องดังกล่าวไม่ได้อยู่ในแผนการลงทุนของบริษัทแต่อย่างใด

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น