วันพุธที่ 27 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

ข่าวหุ้น SUSCO , STA , NTV , LH , SIMAT 27/2/2013

SUSCO บวก 7.14% เก็งงบ Q4 โตเด่น บุ๊คกำไรพิเศษเพียบ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ราคาหุ้นบริษัท ซัสโก้ จำกัด (มหาชน) หรือ SUSCO ปิดภาคเช้าอยู่ที่ 3.90 บาท บวก 0.26 บาท หรือ 7.14% มูลค่าการซื้อขาย 640.23 ล้านบาท ทั้งนี้ ราคาหุ้น SUSCO ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากระดับราคา 1.62 บาทต่อหุ้นเมื่อปลายเดือน ส.ค.55 และขึ้นไปแตะที่ระดับสูงสุดที่ 3.84 บาท หลังจากนั้นอ่อนตัวลงและแกว่งตัวในกรอบราคา 3.20-3.96 บาท ก่อนจะดีดตัวขึ้นอีกครั้งในช่วงกลางเดือนก.พ. และวันนี้แตะที่ระดับสูงสุดที่ 3.94 บาท ซึ่งต่ำกว่าจุดสูงสุดเมื่อเดือนม.ค.ที่ 3.96 บาท ขณะที่สัญญาณทางเทคนิคฟื้นตัว (RSI =66.08)
บล.เคจีไอ (ประเทศไทย) ระบุเมื่อวันที่ 16 ม.ค.ว่า เรามีมุมมองเชิงบวกต่อ SUSCO เนื่องจาก 1) คาดยอดขายของธุรกิจปั๊มน้ำมันโตเด่นรับอานิสงค์รถคันแรกโดยตรง และจำนวนปั๊มน้ำมันสาขาเพิ่มขึ้นจากการซื้อกิจการปั๊มปิโตรนาส (ปั๊มปิโตรนาสส่วนใหญ่ในกรุงเทพและปริมณฑล ขณะที่ปั๊มของ SUSCO เดิมอยู่ในต่างจังหวัด) 2) คาดบันทึกค่าความนิยมด้อยค่าติดลบเป็นกำไรพิเศษในไตรมาส 4/55 ประมาณ 700-900 ล้านบาท 3) Hidden value จากการซื้อปิโตรนาสคือได้หุ้น BAFS ที่ปิโตรนาสถืออยู่ประมาณ 10 ล้านหุ้น ที่ต้นทุนประมาณ 12 บาท/หุ้น ปรับประมาณการกำไรปี 2556-2557 ขึ้น 20% คาดกำไร 3 ปีข้างหน้าจะโตเฉลี่ย 30% ต่อปี (2554-2557) เราจึงปรับราคาเหมาะสมขึ้นจากเดิม 3 บาทเป็น 4 บาท อิง PEG 1 เท่า

STA ร่วง 5.29% แม้กูรูเก็งกำไรปี 55 ทำนิวไฮ-ปันผลราว 0.40 บ./หุ้น
ผู้สื่อข่าวรายงานราคาหุ้น บริษัท ศรีตรังแอโกรอินดัสทรี จำกัด (มหาชน) หรือ STA ปิดตลาดเช้าลบ 0.90 บาท หรือ 5.29% มาที่ 16.10 บาท ด้วยมูลค่าการซื้อขายที่ 193.75 ล้านบาท ขณะที่ดัชนีตลาดหุ้นไทยโดยรวมลบ 0.16% ทั้งนี้ ราคาหุ้น STA อ่อนตัวจากระดับราคา 19.20 บาท ในวันที่ 4 ก.พ. มาแตะที่ระดับราคา 16.10 บาท ในวันนี้ จากข้อมูล www.settrade.com ระบุว่า บล.คันทรี่ กรุ๊ป แนะนำ “ถือ” STA โดยให้ราคาเป้าหมายที่ 16 บาท
บล.โนมูระ พัฒนสิน ระบุในบทวิเคราะห์ว่า แนะนำ “ซื้อ” หุ้น STA ให้ราคาเป้าหมายที่ 22 บาท โดยราคาหุ้น STA ปรับตัวลดลงแรงวานนี้ เนื่องจากราคายางในต่างประเทศปรับตัวลงจากข่าวการเลือกตั้งในอิตาลี และมีการ short sell จำนวนมากตั้งแต่วันที่ 22 -26 ก.พ. 56 แต่เราคิดว่าปัจจัยพื้นฐานของ STA ไม่ได้เปลี่ยนแปลง และการประกาศผลการดาเนินงานในวันพรุ่งนี้ (27 ก.พ.) ไม่น่ากังวล
ขณะที่เราคาดว่ากำไรสุทธิปี 55 จะทำ new high ที่ 1635 ล้านบาท โดยไตรมาส 4 จะมีกำไรสุทธิมากกว่าไตรมาส 3/55 นิดหน่อย นอกจากนี้น่าจะปันผลประมาณ 0.40 บาท/หุ้น
สำหรับราคายางฟื้นอีกรอบ ที่ 330 เยนต่อกก หลังเยนอ่อนค่า ล่าสุดเยนทะลุ 94 เยนต่อเหรียญสหรัฐ สู่ 94.42 เยน และมีโอกาสอ่อนตัวสู่ 100 เยนได้ในระยะกลาง บวกกับแรงหนุนการจำกัด Supply ควบคุมการส่งออกยางของไทย อินโดนีเซีย และมาเลเซีย ซึ่งเป็นผู้ผลิตราว 67%ของทั้งโลก
โดยในช่วงครึ่งแรกปี 56 เป็นช่วงที่ปริมาณยางน้อยตามฤดูกาล บวกกับความต้องการยางในอุตสาหกรรมยานยนต์ยังเพิ่มขึ้นต่อเนื่องหนุน STA เป็นหุ้น Turnaround แนวโน้มราคาย่อตัว18.3-18.7 บาทยังน่าสะสมรอบใหม่ลุ้นทะลุต้าน 19.1 สู่ 19.6/20.7/21 บาท

NTV บวก 4.24% โรงพยาบาลรุ่ง ลุ้นปันผล 0.93 บ.ต่อหุ้น เป้า 37 บ.
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ราคาหุ้นบริษัท โรงพยาบาลนนทเวช จำกัด (มหาชน) หรือ NTV ล่าสุดปิดเที่ยงที่ 30.75 บาท บวก 1.25 บาท หรือ 4.24% มูลค่าการซื้อขาย 19.00 ล้านบาท ทั้งนี้ ราคาหุ้น NTV ปรับตัวขึ้นจากระดับราคา 26 บาท เมื่อกลางเดือนก.พ.ที่ผ่านมา และดีดตัวขึ้นแรงแตะที่ระดับ 31.75 บาทในวันนี้ ขณะที่สัญญาณทางเทคนิคเริ่มเข้าเขตซื้อมากเกินไป (RSI=75.16)
บล.ฟิลลิป แนะนำ “ซื้อ” NTV โดยระบุในบทวิเคราะห์วานนี้ (26 ก.พ.) ว่า คาดกำไรใน 4Q55 เท่ากับ 53.24 ล้านบาท โตขึ้น 54.86% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดย 9 เดือนแรกมีกำไรสุทธิ 195.08 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 52.05% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน คาดทั้งปี 2555 จะมีกำไรสุทธิ 248.32 ล้านบาท โตขึ้น 52.20%
ส่วนปี 2556 คาดกำไรสุทธิจะโตขึ้นอีก 14.6% เป็น 284.55ล้านบาท เพิ่มการรักษาเฉพาะทางมากขึ้น เช่น พัฒนาศูนย์หัวใจศูนย์แพทย์มะเร็ง ราคาพื้นฐานปี 2556 คาดว่าจะอยู่ที่ 37 บาทต่อหุ้น และคาดว่าในปี 2555 นี้จะจ่ายปันผล 0.93 บาทต่อหุ้น ส่วนปี 2556 จะจ่ายเพิ่มเป็น 1.07 บาทต่อหุ้น คิดเป็น Dividend Yield ที่ 3.2% และ 3.7% ตามลำดับ แนะนำ “ซื้อ”

LH แรงในรอบ 8 ปี 10 เดือน กูรูส่องเก็งงบไตรมาส Q4/55 ออกมาดี
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บริษัทแลนด์แอนด์เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) หรือ LH ณ เวลา 15.14 น.อยู่ที่ระดับ 12.30 บาท บวก 0.60 บาท หรือ 5.13% ราคาหุ้นปรับตัวแรงในรอบ 8 ปี 10 เดือน โดยนับตั้งแต่หุ้นเคยขึ้นไปทดสอบระดับ 12.30 บาท เมื่อวันที่ 1 เม.ย.2547
บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง(ประเทศไทย) ระบุว่า ราคาหุ้น LH วันนี้ปรับตัวสูงขึ้น ด้วยวอลุ่มเทรดที่เข้ามาอย่างหนาแน่นมาก คาดว่าจะเป็นการเข้ามาเล่นเก็งกำไรของนักลงทุน โดยอิงการคาดการณ์ผลประกอบการงวดไตรมาส 4/55 ที่คาดว่าจะออกมาดีกว่าคาดเหมือนอย่าง บมจ.เอเชี่ยนพร็อพเพอร์ตี้ ดีเวลลอปเม้นท์ (AP) และบมจ.ควอลิตี้เฮ้าส์(QH) ที่ผลประกอบการออกมาดีกว่าคาด เนื่องจากธุรกิจบ้านมีการเติบโตดีขึ้น โดย LH จะประกาศผลประกอบการในสัปดาห์นี้
ทั้งนี้ ฝ่ายวิจัยได้คาดการณ์กำไรสุทธิของ LH งวดไตรมาส 4/55 ไว้ที่ 1,400 ล้านบาท และกำไรสุทธิทั้งปี 2555 คาดว่าจะมี 5,500 ล้านบาท นอกจากนี้ สัญญาณทางเทคนิคแสดงทิศทางดีด้วย โดยราคาหุ้นได้ทะลุขึ้นทำ New High ในรอบหลายปีที่ผ่านมา พร้อมให้แนวรับ 12.10 บาท ส่วนแนวต้าน 13 บาท

SIMAT เล็งรายได้บรอดแบนด์ขึ้นเป็นธุรกิจหลักปีนี้ วางเป้าลูกค้า 2 หมื่นราย
นายทองคำ มานะศิลปพันธ์ รองประธานกรรมการ บริษัท ไซแมท เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) หรือ SIMAT เปิดเผยว่า บริษัทได้นำธุรกิจอินเตอร์เน็ตความเร็วสูง หรือ บรอดแบนด์ เข้ามาเป็นธุรกิจใหม่ของบริษัท เนื่องจากเห็นแนวโน้มมีความต้องการสูง และยิ่งมีความต้องการมากยิ่งขึ้นเมื่อทีวีระบบดิจิตอลเกิดขึ้น จึงได้มีการร่วมลงนาม MOU กับบมจ.ทีโอที (TOT) ในโครงการความร่วมมือทางการตลาดเพื่อเพิ่มศักยภาพในการให้บริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง ในพื้นที่จ.เชียงใหม่ และ จ.นครราชสีมา
ทั้งนี้ ตั้งเป้ามีลูกค้าในปีนี้จังหวัดละ 1 หมื่นราย โดยคาดว่าจะเริ่มทำการตลาดได้เร็วๆนี้ โดยใช้แบรนด์ทีโอทีในการทำตลาด เริ่มความเร็ว 30 เมก/วินาที ซึ่งใช้โครงข่ายใยแก้วนำแสงของบริษัทที่ลงทุนไปก่อนหน้านั้น ใน 2 จังหวัดคือเชียงใหม่ และนครราชสีมา ใช้เงินลงทุน 400-500 ล้านบาท
นายทองคำ คาดว่าในปีนี้ มีโอกาสเห็นรายได้จากธุรกิจบรอดแบนด์ขึ้นมาเป็นธุรกิจหลักของบริษัทได้ แต่ยังไม่สามารถระบุได้ว่าจะทำรายได้มากน้อยอย่างไร  ขณะที่ปัจจุบันบริษัทมีธุรกิจหลักมาจาก การเป็นผู้ให้บริการจัดจำหน่ายคอมพิวเตอร์เคลื่อนที่และพัฒนาโปรแกรมการใช้งานคอมพิวเตอร์เคลื่อนที่แบบครบวงจรสำหรับระบบการจัดเก็บและจัดการข้อมูลในองค์กร (EDCCS) ที่สามารถเชื่อมต่อกับระบบการบริหารจัดการทรัพยากรในองค์กรของบริษัทลูกค้า รวมทั้งระบบบาร์โค้ด ให้กับกลุ่มค้าปลีก โดยที่ผ่านทุกธุรกิจทำกำไรได้ดี และยังมีโอกาสเติบโตด้วย และคาดว่าปีนี้จะมีกำไรสุทธิดีกว่าปีก่อนซึ่งคาดว่าจะประกาศงบปี 55 ได้ภายในสัปดาห์นี้
บริษัทมีแผนเดินหน้าขยายโครงการระบบโครงข่ายใยแก้วนำแสง (FTTx) ต่อเนื่องตามหัวเมืองใหญ่ โดยคาดว่าจะใช้เงินลงทุน 200-300 ล้านบาทต่อจังหวัด อย่างไรก็ดีต้องรอผลการทำตลาดใน 2 จังหวัดข้างต้นก่อน โดยคาดว่าแหล่งเงินทุนจะมาจากการเพิ่มทุน และ เงินกู้ยืมสถาบันการเงิน ซึ่งปัจจุบันมีหนี้สินน้อยลง โดยในการขายหุ้นเพิ่มทุนให้กับนักลงทุนเฉพาะเจาะจง 5 ราย รวมสัดส่วน 9% ของหุ้นทั้งหมด ได้เงินประมาณกว่า 100 ล้านบาทคาดจะนำไปคืนเงินกู้ และ ใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียน
นายทองคำ กล่าวอีกว่า  เหตุผลที่ยกเลิกสัญญาการเช่าใช้ระบบโครงข่ายใยแก้วนำแสง (FTTx) กับ บริษัท กสท โทรคมนาคม  เนื่องจาก มีปัญหาในการรับมอบของกสท.เอง ทั้งที่งานสร้างโครงข่าย FTTx เสร็จแล้ว  ทำให้ กสท.ตรวจรับมอบงานไม่ได้ ซึ่งล่าช้ามาประมาณ 1 ปี ทำให้บริษัทขอยกเลิก และหันมาจับมือกับทีโอที ทำการตลาดบรอดแบนด์กับผู้ใช้เอง ซึ่งมอว่าเป็นจุดเริ่มต้นธุรกิจใหม่ที่บริษัทมองว่าความต้องการใช้อินเตอร์เน็ตความเร็วสูงมีมากขึ้น ประกอบกับบริษัทเป็นผู้เชียวชาญระบบไอที อยู่แล้ว บริษัทจึงไปขอรับใบอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคมสำหรับการให้บริการอินเตอร์เน็ตแบบที่สาม
ทั้งนี้ ในตลาดบรอดแบนด์ จะมีบริษัท ทริปเปิลที บรอดแบนด์ จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของบมจ.จัสมิน อินเตอร์เนชั่นแนล (JAS) เป็นคู่แข่งในตลาดที่ให้บริการ Fiber to Home ขณะที่ บมจ. ทรู คอร์ปอเรชั่น (TRUE) ยังไม่มีโครงข่ายใยแก้วนำแสงที่จะลงแข่งขันในตลาดได้ โดยบริษัทจะขายราคาตามตลาด จะไม่ตัดราคากับรายเดิม

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น